2/18/2555

DIVA




DIVA หมายถึงนักร้องผู้หญิงที่มีอิทธิพลสูงกับคนทั้งหลายในทุกๆอย่าง ใช้กับนักร้องโอเปร่าไม่ใช่นักร้องป๊อบที่เอาชื่อมาใช้เป็นชื่อคอนเสิร์ต พวกนี้ยังไม่ถึงขั้นที่จะเป็น DIVA ได้เลย
เสียงมนุษย์ (ชาย+หญิง) รวมกันได้แค่ 4 อ็อคเตฟกว่า  คือความถี่เสียง ตั้งแต่ 80 ถึง 1100 เฮิร์ตซ์ หรือ E2 - C6 ส่วนสาวๆที่สามารถขึ้นทะลุไป โน็ต E F ถือว่ามหัศจรรย์ทีเดียว

ส่วนคำว่า ดีวา(Diva)  มาจากภาษาอิตาลี่  คือศัพท์พวกนี้ (โซปราโน อัลโต้..) มันมาจากอิตาลี่ทั้งหมด รวมทั้งชื่อจังหวะต่างๆ (presto, allegro,adagio..) เอาไว้ใช้สรรเสริญนักร้องสาวโอเปร่า

ส่วนภาษาอังกฤษ เรียกเป็นคนๆ ก็ทับศัพท์ไปเลย diva = diva (อิตาเลี่ยนแปลว่า a female deity-เทพธิดา)
ถ้าเป็นพหูพจน์ divas มาจากอิตาเลี่ยนว่า dive (ดี-เว่) ซึ่งตรงกับภาษาอังกฤษ goddess

ส่วน divo (ดี-โว่) ไว้ใช้เรียกนักร้องชาย เสียงเทเน่อร์



2/10/2555

Y2K



ปัญหา Y2K

ในปัจจุบันระบบคอมพิวเตอร์มีบทบาทสำคัญในการนำมาใช้งานเพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการทำงานในทุกๆด้านของโลกปัจจุบันทั้งงานของรัฐบาลบริษัทเอกชน องค์กรต่างๆ ทั่วโลก หน่วยงานต่างๆเหล่านี้กำลังเผชิญกับปัญหาจากระบบคอมพิวเตอร์ อันสืบเนื่องมาจากการมาถึงของปี ค.ศ. 2000 หรือที่ เรียกกันว่า " ปัญหาY2K " หรือ " ปัญหา MilleniumBug "ซึ่งทุกวินาที่ที่ผ่านไปในปี ค.ศ.1999นี้ล้วนมีความ หมายต่อความอยู่รอดของทุกองค์กรเป็นปัญหาทางธุรกิจและอุสาหกรรมจึงมีสื่อหลายแขนงที่ คอยให้ข้อมูลในการแก้ปัญหาY2Kสำหรับภาคอุตสาหกรรมซึ่งสำคัญมาในแต่ละประเทศก็ได้รับ ความสนใจไม่น้อยเพราะปัจจุบันเทคโนโลยีทางไมโครโพรเซสเซอร์(Microprosseser) ได้เข้าไป อยู่ในทุกโรงงานอาทิเช่น ในอุปกรณ์ควบคุมอย่าง PLC และระบบอัตโนมัติทั้งหลาย ,ระบบรักษา ความปลอดภัย ,ระบบควบคุมลิฟต์ ,ระบบควบคุมคลังสินค้า ,ระบบป้องกันเพลิงไหม้ และระบบ อิเล็กทรอนิกส์ และอื่นๆอีกมากที่ต้องได้มีการประเมินและสำรวจ ปัญหาY2K จึงน่าเป็นห่วงมากถ้าขาดความสนใจจากผู้ดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมเพราะความเสียหายที่ จะเกิดขึ้นหลังเที่ยงคืนวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ.1999 อาจร้ายแรงเกินกว่าจะรับมือได้ ซึ่งปัญหาดังกล่าวอาจ กล่าวได้ว่าเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่ตั้งไว้ตั้งแต่มีระบบคอมพิวเตอร์เกิดขึ้น บทความนี้จึงต้องการให้ ผู้ดำเนินธุรกิจและองค์กรต่างๆเริ่มต้นแก้ปัญหาได้ถูกต้องและรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าปัญหา Y2K แสดง ผลในปี ค.ศ. 2000

ปัญหาปี ค.ศ. 2000 (Y2K) คืออะไร

amconfus.wmf (1494 bytes)ย้อนหลังไปเมื่อคอมพิวเตอร์ได้รับการออกแบบขึ้นนั้น การเขียนโปรแกรม หรือsoftware จะมีการเก็บข้อมูลเวลาในรูปแบบ DD/MM/YY โดยที่ YY แทนปี ค.ศ. 19YY เช่น 84 แทนปี ค.ศ. 1984 เพื่อประหยัดเนื้อที่ในการจัดเก็บข้อมูล ซึ่งอาจมองว่าประหยัดแค่ 2 หลัก แต่หากมองเป็นระบบใหญ่ๆ ก็จะประหยัดได้มากเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทำงาน เนื่องจากในสมัยนั้นราคาของอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งหลายมีราคาสูงกว่าปัจจุบันมาก ผลที่กำลังจะเกิดขึ้นจากเหตุผลดังกล่าวของการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบเลขปี 2 ตำแหน่งนี้เกิดความสับสน และไม่รู้ของระบบหรือแอพพลิเคชั่นโปรแกรมที่ต้องใช้วันที่ในการคำนวณ เปรียบเทียบ จัดเรียงลำดับเมื่อการก้าวข้ามของเวลาจาก 1999 ไปสู่ 2000 แต่ระบบจะรับรู้ในรูปเลข 2 หลักคือ 99 ไปสู่ 00 โดย 00 นี้ระบบไม่รู้ว่าเป็นปี 2000 ตรงนี้เองทำให้เกิดผลลัพธ์ในการทำงานที่ผิดพลาดได้

Y2K หรือ Way To Cry

ปัญหาเทคนิคง่าย ๆ ดังกล่าวนั้นแทรกตัวอยู่อย่างซับซ้อนในการทำงานต่างๆ ที่มีเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงไม่ใช่เรื่องง่ายในการประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นรวมถึงแผนในการรับมือต่างๆ ซึ่งตัวอย่างของเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายชี้ว่ามีโอกาสสูงที่จะมีปัญหาการทำงานเมื่อถึงปี ค.ศ. 2000 เช่น
แหล่งผลิตภัณฑ์งานต่าง ๆ เช่น โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า , โรงงานกลั่นน้ำมัน ซึ่งที่สวีเดนมีข่าวว่าได้ประกาศจะปิดโรงงานผลิตไฟฟ้าปรมาณู ชั่วคราวระหว่างปลายปี ค.ศ. 1999 ถึงต้นปี ค.ศ. 2000 เพราะได้จำลองสถานการณ์ปี ค.ศ.2000 แล้วพบว่าระบบการส่งน้ำซึ่งเป็นระบบที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเตาปรมาณู จนมีปัญหา Y2K แล้วถ้าไม่แน่ใจว่าจะแก้ได้เต็มที่ก็ควรจะเปิดเตาดังกล่าวแล้ว
ระบบสื่อสารและโทรคมนาคม ได้แก่ ระบบสื่อสารทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบสื่อสารข้อมูลผ่านเคเบิ้ลใต้น้ำ ระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม รวมทั้งระบบอินเตอร์เน็ต
ระบบคมนาคม ได้แก่ ระบบควบคุมการเดินเรือ , ระบบควบคุมทางจราจรทางอากาศ , ระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจร รวมไปถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งเพื่อโปรแกรมการทำงานในยานพาหนะต่าง ๆ ทั้งในรถยนต์ เครื่องบิน เรือเดินทะเล
ระบบการสาธารณสุข ได้แก่ อุปกรณ์การแพทย์ต่าง ๆ , เครื่องฉายรังสี , เครื่องผลิตไฟฟ้าฉุกเฉินในโรงพยาบาล , อุปกรณ์และระบบในการผลิตยา
ระบบการเงินทางธนาคาร ได้แก่ ระบบบัญชีต่าง ๆ , ตู้ ATM
ระบบการประปาและระบบระบายน้ำทิ้ง มีระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมระบบระบายน้ำรวมไปถึงเครื่องมือวิเคราะห์น้ำ
ระบบการผลิตจัดเก็บและการจำหน่าย ได้แก่ โรงงาน , ร้านค้า , ซูเปอร์มาร์เก็ตยุคใหม่ที่มีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมการผลิต ,ควบคุมรายการวัสดุและสินค้าในสต๊อก ,การชำระเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
ระบบควบคุมอาคาร ได้แก่ ระบบลิฟต์ , ระบบไฟฟ้า , ระบบควบคุมกระแสไฟฟ้า , ระบบปรับอากาศ , ระบบเตือนภัย และรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ ทั้งระบบป้องกันอัคคีภัย , ระบบสัญญาณกันขโมย
ระบบการทำงานในโรงงาน ทั้งระบบการผลิต การจัดเก็บวัสดุสินค้า , ระบบควบคุมอาคาร รวมถึงระบบและอุปกรณ์ที่ใช้ในการควบคุมการทำงานของเครื่องมือ เครื่องจักร หรือโรงงานที่เรียกกันว่าระบบแบบฝังตัว (Embedded System)

ปัญหา Y2K เป็นปัญหาทางด้านธุรกิจและอุตสาหกรรม

amproble.wmf (2102 bytes)ถึงเวลานี้ปัญหา Y2Kไม่ใช้ปัญหาทางเทคนิคเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ปัญหาได้ขยายเป็นปัญหาทางธุรกิจและการบริหารงานขององค์กรทั้งของท่านและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแน่นอนย่อมส่งผลกระทบต่อลูกค้าและผู้ขายสินค้าให้องค์กรด้วย ซึ่งเมื่อมองในภาพรวม เครือข่ายการดำเนินธุรกิจติดต่อในอุตสาหกรรมบ้านเราย่อมเกิดผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากพิจารณาด้านการอุตสาหกรรมกระบวนการผลิต ระบบควบคุมการผลิตอาจเกิดล้มเหลวเนื่องจากปัญหา Y2K ในระบบแบบฝังตัว (Embedded System) ที่เกิดกับอุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมตรวจสอบ หรือช่วยในการทำงาน ของเครื่องมือเครื่องจักรรวมทั้งในฮาร์คแวร์ของระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมสายการผลิตต่างๆ ในกระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ
amdisast.wmf (3190 bytes)โรงงานอุตสาหกรรมจำนวนหนึ่งอาจต้องหยุดการผลิตชั่วคราว แต่ผลกระทบจะไม่มี เพียงเท่านี้ ซึ่งบางอุตสาหกรรม Output จากอุตสาหกรรมประเภทหนึ่งยังต้องส่งเป็น Input ยังอีกอุตสาหกรรมประเภท หนึ่ง ซึ่งย่อมจะส่งผลกระทบเป็นห่วงโซ่เกิดขึ้นในวงการอุตสาหกรรม เกิดการชะงักและล้าช้าต่าง ๆ ส่งผลต่อการละเมิดข้อตกลงสัญญาต่างๆ ทางกฎหมาย เช่นการส่งมอบสินค้า การชำระเงิน สัญญาเงินกู้ต่าง ๆ อาจถูกปรับเสียค่าใช้จ่ายเกิดความเสียหายต่อธุรกิจ นอกจากนี้ปัญหา Y2K ยังมีผลกระทบต่อการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในงานธุรกิจ (Electronics Commerce) อันได้แก่ ระบบสถาบันการเงิน ระบบเครดิต ระบบโอนเงิน และระบบตลาดหุ้นซึ่งมีการเชื่อมโยงกันไว้อย่างซับซ้อน
dominoes.wmf (6198 bytes)ที่กล่าวมาเป็นผลกระทบโดยรวมส่วนหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ ในด้านธุรกิจ และอุตสาหกรรมที่เสนอมุมมองเพื่อให้เกิดการ “ ตระหนักแต่อย่าตระหนก ” กับปัญหาเนื่องจากผลกระทบที่กล่าวมาจากปัญหาY2K ในบางเรื่องได้รับข้อมูลยืนยันว่าเกิดขึ้นได้จริง บางเรื่องมีโอกาสสูงที่อาจจะเกิดขึ้น และบางเรื่องอาจได้รับผลกระทบบ้างเล็กน้อย ทั้งนี้ทั้งนั้นผลกระทบต่าง ๆจากปัญหา Y2K เป็นเพียงการคาดการณ์ว่า “อาจจะ” เกิดขึ้นเท่านั้น ประเด็นสำคัญอยู่ที่ความไม่ประมาทหรือละเลยและน่าที่จะตระหนักถึงการดำเนินการเพื่อรับมือกับผลกระทบต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากปัญหาปี ค.ศ. 2000 หรือ ปัญหา Y2K ที่กำลังมาเยือนในอนาคตอันใกล้นี้ยึดสุภาษิตไทยเรา “กันไว้ดีกว่าแก้” กันดีกว่า เพราะอีกประการสำคัญหนึ่งในการแก้ปัญหา Y2K คือ ค่าใช้จ่ายและทีมงาน ซึ่งหากยิ่งเวลาล่วงเลยไปการหาทีมงาน ทรัพยากรมาแก้ไขได้ยาก ค่าใช้จ่ายก็จะสูงขึ้น และอาจเหลือเวลาไม่พอแก้ไขแล้วแม้ว่าจะมีเงินสนับสนุนเท่าไรก็ตาม และการที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องค่าใช้จ่ายจึงทำให้เกิดภาวะความไม่มั่นใจเกิดขึ้นกับธุรกิจในทุกระบบในองค์กร ทั้งงานด้านอุตสาหกรรม รวมถึงงานด้านการบริการ จึงต้องได้รับการตรวจสอบทั้งหมดให้สอดคล้องกับประเด็นทางธุรกิจด้วยเหตุผลหลัก ๆ คือ
ธุรกิจจะต้องยืนหยัดได้เมื่อถึงปี ค.ศ. 2000 และหลังจากนั้น
ต้องลดความเสี่ยงของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับการดำเนินในงานธุรกิจ
ลดผลกระทบในทางกลยุทธ์ทางธุรกิจ
จึงทำให้เห็นประเด็นหลักสำคัญที่ต้องมุ่งเน้น คือ งานด้านการบริหารงาน ในการดำเนินการรับมือกับปัญหา Y2K ที่อาจจะเกิดขึ้น

1/15/2555

์Nero กษัตรฺย์ผู้เผาเมืองด้วยตนเอง

หากคุณจะเขียนแผ่น CD หรือ DVD โปรแกรมเขียนแผ่นที่เราใช้กันมากก็คือ Nero Burning Rom .. หน้าปกเป็นรูปโคลีเซียม สนามกีฬายักษ์อันเป็นสัญญลักษณ์สำคัญของอาณาจักรโรมันโบราณ ... แล้วการเขียน CD มันเกี่ยวอะไรกับกรุงโรมและโคลีเซียมล่ะครับ
   คำว่า Rom นั่นเป็นศัพท์ของระบบในการเขียนแผ่น ซึ่งไม่เกี่ยวกับชื่อกรุงโรม (Rome)  แต่คนคิดโปรแกรมและคิดชื่อสิครับ เขาเด็ดจริงๆ
   ถ้าสังเกตให้ดี เราจะเห็นว่าเมื่อเราใส่ File ที่จะเขียนแผ่น คำสั่งให้เขียนกลายเป็นรูปแผ่น CD ที่ลุกเป็นไฟ .. ผมเองก็สงสัยว่าทำไมแผ่นต้องลุกเป็นไฟ มันร้อนแรงขนาดนั้นเชียวหรือ
   ที่มาของเรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปถึง นีโรซึ่งเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 5 และองค์สุดท้ายของราชวงศ์จูลิโอคลอเดีย ปกครองจักรวรรดิโรมัน ขึ้นครองราชย์วันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ.54 ขณะอายุ 25 ปี
   แรกๆเมื่อครองราชย์ใหม่ๆประชาชนก็รักใคร่ดีอยู่ เพราะท่านเป็นกันเอง มีอารมณ์ขันทำให้ผู้คนรอบข้างหัวเราะได้ แถมยังชอบมอบเงินให้คนยากจนอยู่เสมอๆ
   แหม .. อย่างนี้เป็นใครก็รักสิครับ เห็นมั้ยครับว่าไอ้โครงการประชานิยมนี่ เขาทำกันมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งคิดขึ้นมาใหม่โดยอดีตนายกฯ ที่กลายมาเป็นนักโทษในวันนี้
   พอนีโรมีประชาชนรักใคร่มากขึ้น ผมไม่รู้ว่าท่านลืมตัวหรือเปล่า เพราะส่วนมากคนเราพอมีอำนาจมีคนห้อมล้อมยกยอบ่อยเข้า อาการลืมตัวหลงอำนาจก็มักจะเกิดขึ้น และนีโรก็คงเป็นเช่นนั้น เพราะต่อมานีโรก็กลายเป็นคนที่ใช้เงินฟุ่มเฟื่อย ใครเตือนก็ไม่ฟัง สุดท้ายก็ไม่ฟังใคร กูใหญ่ กูเก่งคนเดียว .. คุ้นๆมั้ยครับ  
   จนวันหนึ่ง หลังจากนีโรพาครอบครัวออกไปพักผ่อน ก็เกิดเหตุไฟใหม้โรมครั้งใหญ่ ว่ากันว่าไหม้ไปเกือบหมดเมืองเลยทีเดียว
   พอนีโรกลับมาถึง ก็ประกาศว่าพวกชาวคริสต์นั่นแหละเป็นต้นเหตุของไฟไหม้ เลยสั่งจับชาวคริสต์มาประหารไปเสียเยอะ .. นี่แหละครับที่ทำให้ชาวคริสต์โกรธและเกลียดกษัตริย์โรมันผู้นี้เข้าสายเลือด
   หลังจากจับแพะเชือดเรียบร้อยแล้ว นีโรก็สั่งเร่งฟื้นฟูเมืองที่ถูกไฟไหม้ จะใช้เงินสร้างเมืองใหม่เท่าไรไม่อั้น ... ชาวเมืองก็ดีใจสิครับ แหม ท่านเป็นห่วงเราเหลือเกินสร้างบ้านเรือนใหม่ให้เราด้วย ..
   แต่พอเวลาผ่านไป เอ.. ชักแปลกๆ ทำไมพื้นที่วังใหม่ของท่านมันถึงกินพื้นที่ใหญ่โตกว่าเดิมถึงขนาดนั้น .. รึว่าท่านจะอยากได้วังใหม่เลยเผาเมืองมันซ่ะ!!
   เมื่อวังใหม่ซึ่งใหญ่โตกว่าเก่ามาก ก็ต้องใช้เงินในการสร้างมาก บ้านเมืองก็เพิ่งจะลุกเป็นไฟ ภาษีก็เก็บไม่เข้าเป้า นีโรเลยสั่งให้ทหารไปยึดเอาทรัพย์สินเงินทองของชาวบ้านมาสร้างวังมันดื้อๆอย่างนั้นแหละ
   จนในที่สุด วันที่ 9 มิถุนายน ค.ศ.68 กองทัพโรมันก็เห็นจะทนต่อไปอีกไม่ไหว เลยส่งกองกำลังบุกจับองค์จักรพรรดินีโรมาลงโทษ แต่นีโรก็ชิงฆ่าตัวตายไปก่อนที่จะถูกจับ ตายเมื่อวัย 31 ปี และนับเป็นการสิ้นสุดราชวงศ์ จูลีโอคลอเดีย อีกด้วย

1/02/2555

“5 บุคคล” ที่คุณ “ไม่เคย” รู้ว่า... เป็นผู้เปลี่ยนประวัติศาสตร์โลก...


อันดับ 5.
พนักงาน รักษาความปลอดภัย ผู้นำตัวประธานาธิบดีลงจากตำแหน่ง
(The Security Guard Who Brought Down a President)





"ไม่ น่าเชื่อ เลยว่าผมจะกลายเป็นคนที่ทำให้ท่านประธานาธิบดีลงจากตำแหน่ง"


ไม่น่าเชื่อว่าพนักงานความปลอดภัยที่เงินค่าจ้างเพียง 80 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์
ที่ไม่รู้ถึงสัญญาเตือนอันตรายอะไรล่วงหน้า จะสามารถเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์
ของอเมริกาได้ เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 17 มิถุนายน 1972
ขณะที่พนักงานความปลอดภัยคนหนึ่งกำลังลาดตระเวนสำนักงานที่ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่
ของพรรคเดโมแครต (Democratic) ได้สังเกตเห็นสิงผิดปกติในที่ทำการ (ประตูเปิด)
จึงโทรเรียกตำรวจ ส่งผลสามารถจับกุมผู้ต้องหา 5 คน ได้พร้อมของกลาง


จากการสอบสวนเป็นเรื่องเป็นราว ส่งผลให้ผู้ร้ายย่องเบาถูกการจับกุม
และมีการสอบสวนเพิ่มเติม ก็ปรากฏว่าตัวนิกสันที่เป็นประธานาธิบดีอเมริกา
มีพฤติกรรมทุจริตในการเลือกตั้ง โดยการใช้อำนาจรัฐในทางมิชอบ
ต่อมานิกสันต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ทั้งหมด ต้องลาออกในตอนท้ายในปี 1974
ก่อนที่อเมริกาจะถูกเปลี่ยนโฉมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์


ภายหลังมีการตั้งชื่อคดี นี้ว่าคดีวอร์เตอร์เกต (Watergate) ที่หลายคนรู้จักกันดีนั้นเอง


ส่วนชีวิตพนักงานรักษา ความปลอดภัยแสนซื่อสัตย์คนนั้นนะเหรอ
เราก็ไม่รู้เกี่ยวกับตัวเขามากนัก (ขนาดชื่อเขาผมยังหาไม่เจอเลย ใครรู้ช่วยบอกที)
แต่แหล่งข่าวออกมาบอกว่ารัฐบาลตอบแทนเขาอย่างแสบสันต์เลยแหละ
คือ เขาโดนตัดเครดิตทุกอย่าง เช่น ไม่สามารถซื้อตั๋วรถไฟฟ้า ไม่มีที่ฝังศพแม่ของเขา
เขาต้องใส่เสื้อจรจัดพร้อมถังน้ำเดินขอเงินตามข้างถนน และโดนจำคุกในปี 1983
ข้อหาขโมยเงินร้านร้องเท้า 13 ดอลลาร์ และตายในปี 2000


จริงอยู่คนที่ให้เครดิตคดี "วอร์เตอร์เกต" คือ "ดีพโธรต" และสื่อมวลชน
แต่ถ้าไม่มีพนักงานความปลอดภัยคนนั้นก็ไม่มีจุดเริ่มต้นของ "คดีวอเตอร์เกต


อันดับ 4.
เด็กที่ฆ่า พระเจ้าริชาร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ
(และเปลี่ยน ประวัติศาสตร์)
(The Kid Who Killed Richard the Lionheart
(and Changed History))






พระเจ้าริชาร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ (8 กันยายน ค.ศ.1157– 6 เมษายน ค.ศ.1199)
ครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษระหว่างปี ค.ศ. 1189 ถึง พ.ศ. 1199
เรียกพระนามว่า ริชาร์ดใจสิงห์ (Richard the Lionheart) ทรงเป็นขุนศึกที่แสนฉลาด
ทำศึกกับคนนอกศาสนา ชาวยิว ประเทศศัตรู ในสงครามคูเสด โดยมีกองกำลังทหาร
ที่แสนร้ายกาจเป็นทีมสนับสนุน และพระองค์ยังทรงเก่งในการใช้ดาบต่อสู้ข้าศึกอีกด้วย

จริงอยู่ในประวัติศาสตร์จารึกว่าพระองค์แพ้สงครามครูเสด
เพราะทหารไม่ชินต่อสภาพภูมิอากาศ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า
สาเหตุหนึ่งในนั้นยังมีบุคคลหนึ่งได้เปลี่ยนประวัติศาสตร์
ที่เป็นสาเหตุให้อังกฤษพ่ายแพ้สงครามครั้งนี้


แต่ที่... น่าเหลือเชื่อ คือคนที่ชนะพระองค์ในสงครามครูเสดนั้น
เป็นเด็กตัวเล็กๆ ที่มีอาวุธเพียงหน้าไม้และกระทะเท่านั้น!!


นักฆ่าคนนั้นเป็นปริศนาเสียจริง ขนาดเพศชายหญิงก็ไม่มีใครทราบ
ไม่มีใครรู้แม้แต่ชื่อของเขา มีบันทึกเดาชื่อของเขามากมาย
เช่น ปีเตอร์(Peter), ดูโด(Dudo), จอห์น(John) หรือเบอร์ ตัน(Bertran)
(ขอเรียกย่อเด็กชายคนนี้เป็น PDJB ละกัน) โดยเรื่องของเรื่องคือ
ขณะที่พระ เจ้าริชาร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ ทำศึกสงครามครูเสด เพื่อมุ่งสู่นครเยรูซาเล็ม
(ครั้งที่ 3) จนถึงเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่งของ PDJB ทหารของริชาร์ดจัดการเมืองเล็กๆ นี้
โดยการฆ่าคนและเผาเมือง รวมไปถึงการฆ่าพ่อ และพี่ชาย, น้องชายของเด็กคนนั้นด้วย
มันช่างง่ายต่อพระเจ้าริชาร์ดที่ 1 เสียยิ่งกระไร


และแล้วพระเจ้าริชาร์ดที่ 1 ก็อวดบารมี พระองค์ทรงขึ้นไปจุดสูงสุดของกำแพงเมือง
อวดให้ชาวเมืองที่กำลังจะตาย และทหารของพระองค์ได้ดู
และแล้วทันใดนั้นก็มีลูกศรพุ่งตรงมาปักบริเวณปอดของพระเจ้าริชาร์ด
ทหารของพระองค์หันไปมองเห็นเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งกำลังง้าวลูกศรเพลิงออกไป
และลูกที่สองก็ปล่อยออกมาไปปักที่ไหล่ของพระองค์ ทำให้พระองค์บาดเจ็บสาหัส
และรักษาไม่ได้จนเกิดเนื้อเน่า การบุกรุกแดนตะวันออกกลางจึงหยุดแต่เพียงเท่านั้น
(ก่อนที่พระองค์จะตายใน ค.ศ.1199)

ส่วนชีวิตของเด็กชายนั้นไม่รู้ว่าเขาเป็นไงต่อหลังจากนั้น ว่ากันว่าทหารฆ่าเด็ก
อย่างโหดร้าย หรือบางตำนานบอกว่าพระองค์ทรงให้อภัยเด็ก เพราะเขามีความกล้า
ท้าทายพระองค์ ซึ่งสุดท้ายทำให้ชาวเมืองของ PDJB เกือบล้านชีวิต รอดตายมาได้



อันดับ3.
ทาสหญิงผู้ช่วยโลกใหม่
(The Slave Girl Who Helped Conquer The New World)






ชาวสเปนชื่อ เฮอร์นาน คอร์เตส (Hernan Cortes) อาจได้รับเครดิต
ที่สามารถพิชิตอาณาจักรอาซเทกที่แสนดุร้ายในอเมริกาใต้ได้
แต่หลายคนจะรู้ไหมหนอว่า เบื่องหลังของความสำเร็จนั้น
มาจากทาสหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งคอยช่วยอาณาจักรสเปนอยู่


หญิงสาวผู้นั้นมีนามว่า "ลา มาลินเช่" (La Malinche)


ไม่มีบันทึกไว้ชัดเจนว่าพื้นเพของเธอนั้นเป็นใครมาจากไหน อายุเท่าไหร่
แม้แต่ชื่อจริงของอยู่เธอก็ยังเป็นปริศนา กระทั่งวันเกิดวันตายของเธอก็ไม่มีผู้ใดรู้
รู้แต่ว่าเธอเป็นทาสสาวของชาวมายาที่แสนต่ำต้อยที่ยกให้สเปน


อย่างที่รู้ๆ กันอาณาจักรอาซเทก ไม่มีความรู้เรื่องภาษาหรือวัฒนธรรมของสเปน
ซึ่งทำให้สเปนไม่มีล่ามที่จะสื่อสารชนเผ่าต่างๆในอาณาจักรอาซเทก
ดังนั้นพวกเขาจึงต้องฝึกเด็กสาวนั้นได้เรียนรู้ภาษาสเปนเพื่อช่วยให้เธอเป็นล่าม
สานความสัมพันธ์เจรจากันทั้งสองฝ่าย และแต่งตั้งให้เธอเป็นทูตในที่สุด

และตลอดที่ลา มาลินเช่เป็นทูตนั้น เธอทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยม สามารถเจรจากับ
ชนเผ่าต่างๆ ในอาณาจักรแอสเท็ค โดยปราศจากการต่อสู้ จนสามารถรวบรวมอาณา
จักรเม็กซิโก และพิชิตอาณาจักรนี้สำเร็จ จนทำให้ดินแดนแถบนั้นกลายเป็นเมืองขึ้น
ของสเปนอยู่ถึง 300 ปี และเมื่อเสร็จงานในปีค.ศ. 1524 คอร์เตสพาลา มาลินเช่
ไปช่วยราชการในการยึดดินแดนทางใต้ (ปัจจุบันคือประเทศฮอนดูรัส)
และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ผู้คนมีโอกาสได้ยิน ชื่อเธอบนหน้าประวัติศาสตร์
เพราะหลังจากนั้นเธอก็หายตัวสาบสูญไปเลย



อันดับ 2.
ใครกันที่ เป็นคนสร้างความหวังเมื่อไปเจอทะเลทองคำเข้า
(The Prospector Who Stumbled Across An Ocean of Gold)







ปี1886 ซึ่งเป็นปีที่ชาวแอฟริกาใต้กำลังตื่นทอง และนักสำรวจแร่ต่างได้เข้ามายื้อแย่งกัน
นายซอรส์  แฮ รี่สัน (Sors Hariezon) ได้เดินทางไปทั่วแอฟริกาใต้
และในที่สุดเขาก็ได้พบกับแร่ทองคำ เขาได้ปักเขตพื้นดินให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเขา
และก็ตั้งตนค้นหาทองต่อไป และไม่นานนักพวกล่าทองคำ ล่าผืนดิน
ได้เข้ามาในบริเวณนี้เป็นบริเวณกว้างหลายร้อยไมล์


จากนั้น ซอรส์ได้ขายกรรมสิทธิ์ของเขาไปในราคาเพียง 20 เซ็นต์แล้วแยกตัวออกมา
หลังจากนั้นก็ไม่มีใครได้ข่าวเขาอีกเลยบ้างก็ว่าเขาไม่ได้ออกไปไหน
แต่ชื่อของเขาถูกออกเสียงผิดๆว่า จอร์จ แฮรี่สัน บนใบกรรมสิทธิ์ทองคำ
ซึ่งบางประวัติศาสตร์บอกว่า เขาได้ขายไปและออกเดินทางแต่โดนสิงโตกินไปแล้ว
(แถมคำว่าซอรส์ไม่ใช่ชื่อจริงเขาอีก เนื่องจากคำว่าซอรส์นั้น
เป็นชื่อของเทพเจ้าแห่งความโชคดีของชาวโรมัน)


และที่แห่งนั้นอยู่ใกล้กับที่ซึ่ง ต่อมาได้แบ่งออกเป็นเมืองโจฮันเนสเบอร์ก
ยังคงผลิตทองคำออกมาเรื่อยๆ ในแต่ละปี ซึ่งสามารถผลิตทองได้
ปีละหนึ่งพันตันเป็นเวลาหลายร้อยปีมาแล้ว



อันดับ1.
พ่อค้าถ่าน ที่ช่วยชีวิตพระเจ้าหลุยส์ที่ 14
(และเปลี่ยน ประวัติศาสตร์อีกครั้ง)
(The Coal Merchant Who Saved King Louis the Fourteenth
(And Changed History Again))






ในปี 1640 คนขายถ่านคนหนึ่ง กำลังเดินกลับบ้าน และเมื่อถึงบ้าน
ครอบครัวของเขาต่างแปลกใจ ที่พบเด็กชายคนหนึ่งในอ้อมแขนของคนขายถ่าน
ซึ่งเขาอธิบายว่าเขาเห็นเด็กชายคนนั้น กำลังจมน้ำที่แอ่งข้างหลังราชวังสุดหรู
ของฝรั่งเศส (มี 2 กรณีคือเล่นซนหรือไม่ก็ลอบสังหาร)
ซึ่งในบริเวณนั้นไม่มีคนอื่นๆ นอกจากเขา เขาเลยช่วยเด็กชายคนนี้ขึ้นจากน้ำ
และปฐมพยาบาลเขาทั้งคืนจนเด็กชายคนนั้นได้สติ


หารู้ไม่ว่าอนาคตคนนี้เด็กคนนี้จะเป็นกษัตริย์ในนามข้างหน้า
ซึ่งพระนามว่า พระเจ้าหลุยส์ที่ 14!!


หลังจาก คนขายถ่านได้ช่วยเหลือกษัตริย์เด็กผู้ชายหลุยส์ที่ 14!! ฟื้นจากความตาย
เพื่อเป็นการขอบคุณคนขายถ่าน หลุยส์ที่ 14!ได้สัญญาเขาว่าจะตอบแทนเงิน
และหลังจากนั้นเราก็ไม่ทราบข่าวของ คนขายถ่านคนนี้อีกเลย
ว่าเขามีชีวิตอย่างไรหลังจากนั้น